สรุปสาระการนำเสนอ กลุ่มที่ 10-12

กลุ่มที่ 10 หลักการ แนวคิดจัดการศึกษา ในศตวรรษที่ 21

1. ความรู้และทักษะสําคัญในการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21

ภาคีแห่งศตวรรษที่ 21 ได้นำเสนอกรอบความคิดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ประกอบด้วย สาระความรู้และทักษะที่สำคัญ   ที่จำเป็นต้องพัฒนาให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนในปัจจุบัน และอนาคต โดยผู้เรียนต้องเรียนรู้ในสาระวิชาแกนต่าง ๆ ให้เกิดความรู้  ความเข้าใจ และนำไปใช้ในชีวิตจริงได้

1.1 ความรู้วิชาแกน

1. ภาษาอังกฤษ หรือศิลปะการใช้ภาษา

2. ภาษาสำคัญของโลก

3. วิทยาศาสตร์

4. คอมพิวเตอร์

5. ภูมิศาสตร์

6. ประวัติศาสตร์

7. เศรษฐศาสตร์

8. ศิลปะ

9. การปกครองและหน้าที่พลเมือง

1.2 แนวคิดสําคัญในศตวรรษที่ 21

1. จิตสำนึกต่อโลก การอนุรักษ์ และพัฒนา

2. ความรู้พื้นฐานด้านการเงิน เศรษฐกิจ ธุรกิจ และการเป็นผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาให้เป็นผู้ที่สามารถสร้างงาน สร้างรายได้เป็นของตัวเอง

3. ความรู้พื้นฐานด้านพลเมือง การทำหน้าที่ของพลเมืองดีของประเทศ

4. ความรู้พื้นฐานด้านสุขภาพ การดูแล  การป้องกันโรคภัยไข้เจ็บเพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข

5. ความรู้พื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อม  การดำรงรักษา การปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสม

1.3 ทักษะที่สําคัญในการจัดการศึกษา

1) ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (Learning and lnnovation Skills)

2) ทักษะชีวิต และการทํางาน (Life and Career Skills)

3) ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี (Information Communication and Technology)

2. หลักการสําคัญในการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21

-การกำหนดมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา

-การสนับสนุนเรื่องทรัพยากรและการลงทุน

-การผลิตและพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

-การสนับสนุนผู้ด้อยโอกาสให้เข้าถึงสิทธิที่จะได้รับการศึกษาที่รัฐจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

-การส่งเสริมหลักสูตรท้องถิ่นและหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่ แตกต่างในสังคม

– การส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา

3. องค์ประกอบที่สนับสนุนการพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

3.1) การสร้างเจตคติและแรงจูงใจในการเรียนรู้ เป็นกิจกรรมในการเรียนการสอนที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่ช่วยให้เด็กมีความต้องการที่จะเรียนรู้

3.2) การส่งเสริมผู้เรียนให้มีส่วนร่วมและใช้ความคิดในการเรียนรู้ เป็นการร่วมเรียนรู้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกัน เพราะการสร้างนักคิดและนักสร้างมาจากการที่ผู้เรียนมีส่วนร่วม   ในกระบวนการ การเรียนรู้

3.3) การใช้เทคโนโลยี เพราะเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมความเข้าใจและช่วยจัดการกับข้อมูลความรู้ต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ ครูจึงควรบูรณาการให้มีการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

4. แนวทางในการพัฒนาทักษะ

1.การคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) เป็นการระดมความคิดเพื่อสามารถสร้างผลงานหรือนวัตกรรมใหม่ๆออกมาได้อย่างสร้างสรรค์

2.การคิดอย่างมีวิจารณญาณและแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) เป็นการคิดอย่างมีเหตุผลเพื่อสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง

3.การสื่อสารสื่อความหมาย (Communication) เป็นการแสดงความคิดและแนวคิดอย่างมีประสิทธิภาพชัดเจนทั้งด้านการพูด การเขียน การใช้ ภาษาสัญลกัษณ์ในลักษณะต่าง ๆ กันในหลาย ๆ บริบท

4.การร่วมมือกัน (Collaboration) เป็นการแลกเปลี่ยนความรับผิดชอบ ร่วมมือกันทํางาน ยอมรับ ยกย่อง มองเห็นคุณค่าของสมาชิก ในกลุ่มทุกคน

5. ระบบสนับสนุนการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21

1. มีมาตรฐานการประเมินสำหรับศตวรรษที่ 21 ที่น่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับ

2. หลักสูตรและการสอนของศตวรรษที่ 21 ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

3. การพัฒนาในวิชาชีพของบุคลากรทางการศึกษา

4. สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของศตวรรษที่ 21 ต้องมีการพัฒนาให้สอดคล้องกันใน ทุกด้าน

กลุ่มที่ 11 แนวคิดและกลวิธีการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของต่างประเทศ

1.ความหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน

  • การพัฒนา หมายถึง การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ การแก้ไขปัญหา และการรักษาสิ่งที่ดีอยู่แล้ว เพื่อให้ชีวิตและสังคมดีขึ้นทุกด้าน ทำให้มีความสุขทั้งทางร่างกายและจิตใจ
  • ความยั่งยืน หมายถึง การดำรงอยู่ทั้งระบบนิเวศ สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจไปพร้อมๆกัน และต่อเนื่องไปสู่อนาคต

ดังนั้น การพัฒนาที่ยั่งยืน หมายถึง กระบวนการพื้นฐานในการพัฒนาทุกด้านอย่างเป็นองค์รวม เพื่อให้ครอบคลุมและเกิดความสมดุลอย่างต่อเนื่อง ตอบสนองความต้องการของคนในปัจจุบันและในอนาคตอย่างเท่าเทียมกัน

2.การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Education for Sustainable Development : ESD)

สาระสำคัญสำหรับการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มีดังนี้

  • การมีวิสัยทัศน์ (envisioning) หลักมีอยู่ว่าหากเราทราบจุดหมายที่เราจะไปให้ถึง เราจะสามารถวางแผนดำเนินการเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายได้ดีขึ้น
  • การคิดเชิงวิจารณญาณและการคิดใคร่ครวญ (critical thinking and reflection) เป็นการเรียนรู้ที่จะมีการตั้งคำถาม
  • การคิดอย่างเป็นระบบ (systematic thinking) เป็นการยอมรับในความซับซ้อน และมองหาความเชื่อมโยงและการ่วมมือ
  • การสร้างคู่พันธมิตรหรือหุ้นส่วน (building partnerships) ส่งเสริมการพูดคุยทำความเข้าใจและการเจรจาต่อรองการเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกัน
  • การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (participation in decision-making) ควรได้จัดให้มีการเรียนรู้และประยุกต์ใช้ตามบริบทของวัฒนธรรมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือแต่ล่ะกลุ่มที่แตกต่างกัน

3.ความสำคัญของการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน

หัวใจสำคัญของ การพัฒนาที่ยั่งยืน” คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน ซึ่งหมายถึง การพัฒนาที่ก่อให้เกิดดุลยภาพระหว่างการกระตุ้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การสร้างความเข้มแข็งทางสังคม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ดังนั้น นัยสำคัญในการส่งเสริมแนวคิดของการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนา ความรู้(knowledge) ทักษะ (skills) และมุมมอง (perspectives) ของคนในสังคม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่สภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่สมดุลและยั่งยืน

ความรู้ (Knowledge)

สำหรับความรู้เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น ต้องมีความรอบรู้เกี่ยวกับ

  • สถานการณ์และปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมโลกที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับท้องถิ่นที่ตนอาศัยอยู่
  • ประเด็นปัญหาที่อยู่ในความสนใจของชาวโลก เพื่อให้สามารถตัดสินใจและปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสม มีความสอดคล้องกับแนวคิดและแนวทางที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ

ทักษะ (Skills)

ประชากรของโลกทุกคน ยังต้องได้รับการเสริมทักษะหรือความชำนาญ ที่จำเป็นต่อการดำรงตนในบริบทของการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามเงื่อนไขของสังคมหรือชุมชนที่ตนอยู่ร่วมอาศัย ตัวอย่างของกลุ่มทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในสังคมที่ยั่งยืน มีดังนี้

  • ทักษะในการคิดอย่างเป็นระบบ สามารถจัดระเบียบการคิดทีละด้านอย่างเป็นระบบ มีการดึงเอาความรู้และประสบการณ์ของผู้คิดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • ทักษะในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้การเขียนคำพูด และท่าทาง เพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดของตนเองได้อย่างเหมาะสมกับวัฒนธรรมและสถานการณ์
  • ทักษะในการวิเคราะห์ และวางแผนล่วงหน้า สามารถนำข้อมูลและความรู้ที่มีอยู่มา เปรียบเทียบ ประมวลผล แปลความหมาย และกำหนดเป้าหมายในอนาคตที่ต้องการ
  • ทักษะในการคิดอย่างมีวิจารณญาณเกี่ยวกับค่านิยม (values) สามารถประเมินปัญหาหรือสถานการณ์ที่อยู่รอบตัว ตระหนักถึงความสำคัญของการมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ถูกต้อง และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของคนในสังคมไทย
  • ทักษะการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคล สามารถสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลรอบข้างไว้ได้ยืนยาว
  • ทักษะการอยู่ร่วมในสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างปลอดภัย รู้วิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ และสามารถแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ที่จะนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

มุมมอง (Perspectives)

การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เน้นการส่งเสริมให้บุคคลสามารถมองได้รอบด้าน ครอบคลุมทั้งที่เป็นประเด็นปัญหาในระดับโลก และความเชื่อมโยงหรือผลกระทบของปัญหาเหล่านั้นในระดับท้องถิ่น

ดังนั้น การเรียนรู้เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงจำเป็นต้องมองให้เข้าใจถึงรากฐานของปัญหา และสามารถมองคาดการณ์ออกไปให้เห็นถึงความน่าจะเป็นในอนาคต

มุมมองเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้แก่

  • ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม มีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ทุกๆ ปัญหามีที่มาและที่ไป
  • การมองให้เข้าใจถึงชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ รวมถึงมองออกไปให้เข้าใจถึงบริบทที่กว้างไกลออกไป
  • ก่อนที่บุคคลจะทำการตัดสินใจ หรือชี้ขาดในเรื่องใดๆ จำเป็นต้องมองให้รอบด้าน และพยายามมองจากมุมที่แตกต่างกัน
  • ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของโลก ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มีความเชื่อมโยงและเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน

4.เป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านการศึกษา

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการของสหประชาชาติเพื่อโลกอนาคต

UN Sustainable Development Goals (SDG) :17 aspects forfuture world

ในที่นี้จะกล่าวถึงรายละเอียดในห้อข้อที่ 4 ซึ่งกล่าวถึงการศึกษา

เป้าหมายที่ 4 การได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ

ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2543 เป็นต้นมา มีความก้าวหน้าในการจัดบริการการศึกษาระดับประถมศึกษาถ้วนหน้าเป็นอย่างมาก อัตราการได้รับการศึกษารวมของประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้นร้อยละ 91 ในปี พ.ศ.2558 และจำนวนเด็กทั่วโลกที่ไม่ได้รับการศึกษาลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง

นอกจากนี้อัตราผู้ที่มีความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ยังเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เด็กหญิงได้เข้าเรียนหนังสือมากขึ้นกว่าเดิม การจะให้มีการศึกษาที่มีคุณภาพและทั่วถึงสำหรับทุกคนนั้น ได้ตอกย้ำความเชื่อที่ว่า การศึกษาเป็นส่วนหนึ่งในกลไกที่สำคัญที่สุดและอยู่เหนือบทพิสูจน์ใด ๆ การศึกษาจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน   เป้าหมายนี้สร้างความมั่นใจว่าเด็กหญิงและเด็กชายทุกคนจะสำเร็จการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายภายในปีพ.ศ.2573 นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายในการเข้าถึงการฝึกอบรมอาชีพในราคาที่เหมาะสมและอย่างเท่าเทียมกัน

5.กรณีศึกษา การจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนต่างประเทศ

  • ประเทศฝั่งตะวันตก : ฟินแลนด์
  • ประเทศฝั่งตะวันออก : สิงคโปร์

กลุ่มที่ 12 แนวคิดและกลวิธีการจัดการศึกษา เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทย

แนวคิดและกลวิธีการจัดการศึกษา เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทย

  1. การขับเคลื่อนสถานศึกษาพอเพียงสู่ความยั่งยืน

1.1 การขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา

  • หมายถึง การดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรในภาคการศึกษาทุกระดับ น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวันและการปฏิบัติภารกิจ
  • ความท้าทายในการบริหารการจัดการศึกษา อยู่ที่การยกระดับของการศึกษาที่เป็นการสร้างสรรค์การตอบสนองความต้องการที่ไม่ใช่เป็นการทำลายทรัพยากร หรือก่อให้เกิดมลภาวะเพิ่มมากขึ้น แต่จะต้องบริหารจัดการการศึกษาให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า และสร้างสรรค์อนาคตที่ดีให้กับการดำเนินชีวิตของคนรุ่นอนาคต ซึ่งจะต้องจัดการให้มีการปฏิรูป หลักสูตรของการศึกษาทุกระดับในการช่วยให้เกิดการสร้างผลผลิตและรูปแบบการบริโภคอย่างยั่งยืน
  • แนวพระราชดำริที่เกี่ยวกับการพัฒนาการเกษตรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความหมายของการพัฒนากับคณะเยาวชนจังหวัดปทุมธานี

เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ ว่า

“…พัฒนา ก็หมายถึง ทำให้มั่นคง ทำให้ก้าวหน้า การพัฒนาประเทศก็ทำให้บ้านเมืองมันคงมีความเจริญ ความหมายของการพัฒนาประเทศนี้ก็เท่ากับตั้งใจที่จะทำให้ชีวิตของ แต่ละคนมีความปลอดภัย มี ความเจริญ มีความสุข…”

ความหมายของคำว่า “ความเจริญ” พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานคำอธิบายไว้ใน พระบรมราโชวาทพระราชทานแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อวนัที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๐  โดยนัยแห่งพระบรมราโชวาทนี้ คำว่าความเจริญที่เป็นผลสรุปรวม ต้องประกอบทั้งความเจริญทาง วัตถุ และความเจริญทางจิตใจ มิอาจแยกจากกัน และต้องเป็นเอกภาพกัน

กล่าวสรุปคือ การพัฒนาบ้านเมืองให้มั่นคงมีความเจริญต้องพัฒนา “คน” ให้ถึงพร้อมทั้งด้านวิชาการ และ ศิลปะ ศีลธรรมจรรยา โดยมี “ความสุข ความ พอใจของทุกคน” เป็นจุดมุ่งหมาย

2.ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการนำไปใช้

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ ปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงชีวิต และปฏิบัติตนของประชาชนทุกระดับตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับรัฐทั้งในการดำรงชีวิตประจำวัน การพัฒนาและบริหารประเทศ ให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวหน้าต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

การดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง และความไม่ ประมาท โดยคำนึงถึงหลักการ 3 ประการ ดังนี้

  1. ความพอประมาณ 2. ความมีเหตุผล 3. การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว

โดยการดำเนินงานเศรษฐกิจพอเพียงที่ดีจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ความรู้ และคุณธรรม ตลอดจนต้องเป็นคนดี มีความอดทน พากเพียร

2.1 การปฏิบัติตนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

เราสามารถมีส่วนร่วมในการปฏิบัติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงโดยร่วมปฏิบัติในสิ่งง่าย ดังนี้

  1. ยึดหลักประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในทุกด้าน ลด ละ ความฟุ่มเฟือยในการดำรงชีวิต
  2. ประกอบอาชีพด้วยความถูกต้อง สุจริต แม้จะตกอยู่ในภาวะขาดแคลนในการดำรงชีพ
  3. ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์ที่รุนแรงและไม่ถูกต้อง
  4. ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ โดยขวนขวายหาความรู้ ให้เกิดรายได้เพิ่มพูน จนถึงขั้นพอเพียง
  5. ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดี ลดละสิ่งชั่วร้ายให้หมดสิ้นไป

2.2 การดำเนินการพัฒนาตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจักนำไปสู่

  1. การดำรงชีวิตที่สมดุลมีความสุขตามอัตภาพ
  2. การพัฒนาเศรษฐกิจของตนเองและประเทศชาติมั่นคง
  3. การอยู่ร่วมกันในสังคมเกิดวามเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน

“…เศรษฐกิจพอเพียง เป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็มที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ก็อยู่ที่เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็ม และลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้ำไป…” (พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากวารสารชัยพัฒนา ฉบับประจำเดือนสิงหาคม 2542

3.พระราชบัญญัติการศึกษาไทย วิสัยทัศน์ประเทศ

พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คือ บทกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่เป็นประจำตามปรกติ เพื่อวางระเบียบบังคับความประพฤติของบุคคลรวมทั้งองค์กรและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

3.1 การศึกษากับการพัฒนาประเทศ

1) การพัฒนาสังคมและวัฒนธรรม เป็นการพัฒนาการอยู่ร่วมกันของสมาชิกในสังคม เพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข
2) การพัฒนาการเมือง เป็นการพัฒนาในเรื่องอำนาจและการใช้อำนาจในการจัดสรรสิ่งที่มีคุณค่าให้กับสมาชิกในสังคม
3) การพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นการพัฒนาเกี่ยวกับผลผลิตและการจำหน่ายสินค้าและบริการ

3.2 ความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษากับสังคม

  1. การศึกษาในฐานะเป็นระบบของสังคม
  2. การศึกษาในฐานะเป็นกระบวนการสังคมประกิต
  3. การศึกษาในฐานะเป็นสถาบนัทางสังคม
  4. การศึกษาเป็นเครื่องมือเปลี่ยนแปลงทางสังคม
  5. สังคมเป็นตัวกำหนดระบบการศึกษา

4.ปฏิรูปการศึกษาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นกระบวนการพื้นฐานในการพัฒนาแบบองค์รวมเพื่อให้ครอบคลุมและสมดุล จำเป็นที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบทุกด้านของสภาพแวดล้อมทางสังคมและเศรษฐกิจทั้ง การเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนา พิจารณาแบบองค์รวมในแง่ของการมีส่วนร่วม โดยคำนึงถึงการ เชื่อมโยงที่เกิดขึ้นบนความหลากหลายของระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน พิจารณาการพัฒนาความสามารถ ในการแข่งขันบนพื้นฐานของทรัพยากรของตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ ความต้องการของทุกฝ่ายซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับบริบททางสังคมและวัฒนธรรม และไม่ส่งผลกระทบในทางลบ ของการพัฒนาในอนาคต

กระบวนการการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน ควรดำเนินการภายใต้องค์ประกอบหลัก ต่อไปนี้

๏ ความสามารถในการแข่งขันบนพื้นฐานของทรัพยากร และขีดความสามารถของสถาบัน

๏ ความสามารถในการตอบสนอง ความต้องการของผู้เรียนและกลุ่มผู้มี ส่วนได้เสีย

๏ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับบริบทของท้องถิ่นและเป็นสากล โดยบูรณาการ หลักการของการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21 เข้าไปด้วย

5.กลยุทธ์ในการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

  • การพัฒนาหลักสูตรจะต้องได้รับการพัฒนาให้เป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาผู้เรียน ให้เป็นคนที่สมบูรณ์ มีความสมดุลทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย สังคม และปัญญา สามารถพึ่งตนเองและร่วมมือกับ ผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ หลักสูตรต้องมีลักษณะกว้าง ยืดหยุ่น และมีความเป็นสากลทัดเทียมมาตรฐานโลก มี เนื้อหาสาระที่จำเป็นต่อการเรียนรู้โลกปัจจุบันและอนาคต เนื้อหาเชื่อมโยงและต่อเนื่องกันทุกระดับทั้งด้าน ความรู้ความสามารถ คุณธรรมจริยธรรม
  • การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งหมายรวมถึงผู้บริหารสถานศึกษา นับเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความสำคัญยิ่งที่รับผิดชอบจัดการศึกษาของชาติโดยตรง จะต้องได้รับการ พัฒนาให้เป็นผู้ที่มีทั้งความรู้และความสามารถและเทคนิควิธีในการปฏิบัติวิชาชีพที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ได้รับการพัฒนาให้มีคุณธรรมมีความสำนึกและมีจิตวิญญาณของความเป็นครู โดยมุ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน
  • การพัฒนากระบวนการเรียนการสอน เป็นกระบวนการนา หลักสูตรไปปฏิบัติจริงให้บรรลุผลเป็น ขั้นตอนสำคัญที่ครูจะต้องดำเนินการให้ผู้เรียนได้พัฒนาขีดความสามารถของตนได้เต็มตามศักยภาพมีความ สมดุลทั้งร่างกาย ปัญญา จิตใจและสังคม ให้เป็นผู้รู้จักคิด วิเคราะห์ใช้เหตุและผลเชิงวิทยาศาสตร์
  • การปรับปรุงระบบการบริหารการศึกษา เป็นกระบวนการส่งเสริมสนับสนุนอำนวยความสะดวก ให้การดำเนินงานการศึกษาในด้านต่างๆ บรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษา อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารการศึกษาจะต้องพัฒนาระบบการบริหารและการจัดการให้มีเอกภาพ ต้องกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยเน้นสถานศึกษาเป็นหลัก

Edit”สรุปสาระการนำเสนอ กลุ่มที่ 10-12″

Leave a comment