บทที่4-6

ปรัชญาประยุกต์ที่นำมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตร

ความหมายของการพัฒนาหลักสูตร

การพัฒนาหลักสูตรเป็นกระบวนการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกประเภท เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามความมุ่งหมายและจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ และเป็นการวางแผนการประเมินผลให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวผู้เรียน ว่าได้บรรลุตามความมุ่งหมายและจุดประสงค์จริงหรือไม่ เพื่อผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะได้รู้และคิดเพื่อแก้ไขปรับปรุงต่อไป

ปรัชญาประยุกต์ที่นำมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตร

การพัฒนาหลักสูตรจำเป็นต้องศึกษา วิเคราะห์ สำรวจ วิจัย สภาพพื้นฐานด้านต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างเพียงพอที่จะใช้สนับสนุน อ้างอิงในการตัดสินใจดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้ได้หลักสูตรที่ดี สามารถพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ และทัศนคติที่นำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้

รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรจากแนวคิดต่างประเทศ

การพัฒนาหลักสูตรตามแนวคิดของไทเลอร์ (Ralph W. Tyler)

1. จุดมุ่งหมายทางการศึกษา อะไรบ้างที่โรงเรียนต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้

2. ประสบการณ์ทางการศึกษา อะไรบ้างที่โรงเรียนจะต้องจัดให้ เพื่อช่วยให้บรรลุจุดมุ่งหมาย

3.จะจัดประสบการณ์ทางการศึกษาอย่างไรจึงจะทำให้สอนมีประสิทธิภาพ

4. ประเมินประสิทธิภาพของการจัดประสบการณ์การเรียนอย่างไรจึงจะทราบได้ว่าผู้เรียนได้บรรลุเป้าหมายทางการศึกษา

การพัฒนาหลักสูตรตามแนวความคิดของทาบา (Taba)

1. วิเคราะห์ความต้องการ                           

2. กำหนดจุดมุ่งหมาย

3. คัดเลือกเนื้อหาสาระ

4. การจัดรวบรวมเนื้อหาสาระ

5. คัดเลือกประสบการณ์การเรียนรู้

6. การจัดรวบรวมประสบการณ์การเรียนรู้

7. กำหนดวิธีวัดและประเมินผล

การพัฒนาหลักสูตรตามแนวคิดของเซย์เลอร์ อเล็กซานเดอร์ และเลวิส (J. Galen Saylor, William M.Alexander and Arthur J. Lewis)

1. เป้าหมาย  วัตถุประสงค์ และความครอบคลุม (Goals, Objective and domains)

2. การออกแบบหลักสูตร (Curriculum Design)

3. การนำหลักสูตรไปใช้ (Curriculum implementation)

4. การประเมินผลหลักสูตร (Curriculum Evaluation)

รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรจากแนวคิดของไทย

การพัฒนาหลักสูตรของกรมวิชาการ

1. การพัฒนาหลักสูตรโดยการปรับกิจกรรมการเรียนการสอน

2. การพัฒนาหลักสูตรโดยการปรับรายละเอียดของเนื้อหา

3. การพัฒนาหลักสูตรโดยการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน

4. การพัฒนาหลักสูตรโดยการจัดทำวิชา/รายวิชาเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่

นักปรัชญาการศึกษา : ความเชื่อ

1. ปรัชญาการศึกษาลัทธิสารัตถนิยม

William C. Bagley และคณะกรรมการสารัตถนิยม เพื่อความก้าวหน้าของการศึกษาอเมริกัน ได้ร่วมกันเผยแพร่แนวคิดอย่างเข้มแข็งในเรื่อง หน้าที่ของการศึกษา คือ ปกป้องประชาธิปไตย ผดุงไว้ซึ่งเสรีภาพทางศาสนาทางการพูด การเขียน และการสมาคม โดยต้องผลิตพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีความรู้พื้นฐานที่ดีสารัตถนิยมได้รับความสนใจมากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

2. ปรัชญาการศึกษาลัทธินิรันตรวาทนิยม

ฟรีด์ริค นิตเซ่ (Friedrich Nietzsche 1844-1900) นักปรัชญาชาวเยอรมัน ผู้มีอิทธิพลต่อความคิดของนักอัตถิภาวนิยมมากผู้หนึ่ง จึงได้เสนอให้มนุษย์ออกมาจากกรอบของสังคมอย่างทรนง เขาเห็นว่าการเดินตามประเพณีเป็นวิธีการเลี่ยงความรับผิดชอบของคนขี้ขลาดและอ่อนแอ

3. ปรัชญาการศึกษาลัทธิพิพัฒนาการนิยม

จอห์น ดุย ได้ยกย่องปาร์คเกอร์ ว่าเป็นบิดาของปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยม ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยม ก่อตั้งขึ้นมาหลังสงครามโลกครั้งที่สอง (ราว ค.ศ.1920) และ นำมาใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุดในยุคปัจจุบัน สำหรับวงการศึกษาไทยได้ต้อนรับปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยม (แบบก้าวหน้า) อย่างกระตือรือร้น โดยรู้จักกันในนามว่า “การศึกษาแผนใหม่”

4. ปรัชญาการศึกษาลัทธิบูรณาการนิยม

ปัจจุบัน (รวมทั้งอนาคต) สังคมมีปัญหามากทั้งในด้านของเศรษฐกิจ การเมือง ศิลปวัฒนธรรม สังคมจึงต้องการการแก้ปัญหาและหาทางที่จะสร้างค่านิยมและแบบแผนของสังคมขึ้นใหม่ และการศึกษาจะมีบทบาทอย่างสำคัญซึ่งความเชื่อและหลักการสำคัญของทฤษฎีการศึกษาปฏิรูปนิยมในด้านจุดมุ่งหมายหลักของการศึกษาในแนวทางนี้คือการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อปรับปรุง พัฒนาและสร้างสรรค์สังคมใหม่ที่ดีและเหมาะสมกว่าขึ้นมาให้ได้

5. ปรัชญาการศึกษาลัทธิอัตถิภาวนิยม

ฟรีด์ริค นิตเซ่ นักปรัชญาชาวเยอรมัน ผู้มีอิทธิพลต่อความคิดของนักอัตถิภาวนิยมมากผู้หนึ่ง จึงได้เสนอให้มนุษย์ออกมาจากกรอบของสังคมอย่างทรนง เขาเห็นว่าการเดินตามประเพณีเป็นวิธีการเลี่ยงความรับผิดชอบของคนขี้ขลาดและอ่อนแอ

โซเรน เคอกกิการ์ด ซึ่งมีความเห็นในทำนองเดียวกัน และมีความคิดต่อต้านกับศาสนาคริสต์และปรัชญาของเฮเกล เคอกกิการ์ด ที่พยายามสร้างชีวิตใหม่ให้แก่คำสอนของคริสต์

ความสำคัญปรัชญาประยุกต์ที่นำมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตร

ใช้กำหนดจุดมุ่งหมาย เลือกเนื้อหาสาระและนำมาจัดหลักสูตรได้อย่างเป็นระบบ ทำให้หลักสูตรนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปรัชญากับการศึกษามีความสัมพันธ์กันคือ  ปรัชญามุ่งศึกษาชีวิตและจักรวาล ส่วนการศึกษามุ่งศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ ปรัชญาและการศึกษามีจุดสนใจร่วมกันอยู่อย่างหนึ่งคือ การจัดการศึกษาต้องอาศัยปรัชญาในการกำหนดจุดมุ่งหมายและหาคำตอบทางการศึกษา

ปรัชญาประยุกต์ที่นำมาใช้ในการจัดการศึกษาของไทย

ความหมายของปรัชญาการศึกษา

ความหมายของปรัชญาการศึกษานี้ได้มีนักการศึกษาและนักปรัชญาหลายท่านให้ ความ-หมายคือ คำนิยามที่แตกต่างกันออกไปตามทัศนะของแต่ละท่าน เช่น

อุดม บัวศรี กล่าวว่า ปรัชญาการศึกษาคือ ปรัชญาประยุกต์ เพราะนำเอาความคิดทางปรัชญามาประยุกต์ใช้กับการศึกษาเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการ เรียนการสอนตลอดจนเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมนุษย์

สุมิตร คุณานุกร กล่าวว่า ปรัชญาการศึกษาคือ อุดมคติ อุดมการณ์อันสูงสุดซึ่งยึดเป็นหลักในการจัดการศึกษา มีบทบาทในการเป็นแม่บทเป็นต้น กำเนิดความคิดในการกำหนดความมุ่งหมายของการศึกษา และเป็นแนวทางในการจัด การศึกษาตลอดจนถึงขบวนการในการเรียนการสอน

วิจิตร ศรีสอ้าน กล่าวว่า ปรัชญาการศึกษาคือ จุดมุ่งหมาย ระบบความเชื่อหรือแนวคิดที่แสดงออกมาในรูปของอุดมการณ์หรืออุดมคติทำนองเดียวกัน กับที่ใช้ในความหมายของปรัชญาชีวิต ซึ่งหมายถึง อุดมการณ์ของชีวิต อุดมคติของชีวิต แนวทางดำเนินชีวิตนั่นเอง กล่าวโดยสรุปปรัชญาการศึกษา คือ จุดมุ่งหมายของ การศึกษานั่นเอง

ศักดา ปรางค์ประทานพร อธิบายถึงความหมายของปรัชญาการศึกษาว่าคือ ความคิดเห็นอย่างวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกระบวนการที่ก่อให้เกิดการ เรียนรู้ของมนุษย์ความคิดเห็นนี้ตั้งอยู่บนรากฐานของอภิปรัชญา ญาณวิทยา และ อัฆวิทยา หรือปรัชญาการศึกษา หมายถึงการพิจารณาองค์ประกอบทุก ๆ ส่วนของ การศึกษาอย่างถี่ถ้วน และความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษาที่จะใช้เป็นเครื่องนำทางในการ จัดการศึกษา

ทองปลิว ชมชื่น  ได้ให้ความหมายว่า ปรัชญาการศึกษาคือ เทคนิคการคิดที่จะแสวงหาคำตอบและกำหนดแนวทางในการดำเนินงานทางการศึกษา ไม่ ว่าการศึกษาในระบบโรงเรียนหรือการศึกษานอกโรงเรียน เริ่มตั้งแต่การกำหนด จุดมุ่งหมายของการศึกษา ยุทธศาสตร์ทางการศึกษาและการบริหารทางการศึกษา เพื่อให้ เกิดประสิทธิภาพในการพัฒนามนุษย์และสังคมอย่างแท้จริง

ประเภทปรัชญาการศึกษาไทย

ปรัชญาการศึกษา สารัตถนิยม (Essentialism)

หลักสูตร : เป็นหลักสูตรแบบเนื้อหาวิชา (SUBJECT-MATTER CURRICULUM) และหลักสูตรแบบสหสัมพันธ์ (BROAD-FIELD CURRICULUM) โดยเน้นเนื้อหาวิชาและกวดขันความรู้เป็นสำคัญ 

โรงเรียน : เน้นเรื่องมาตรฐานการศึกษา ฉะนั้นโรงเรียนจะต้อง เคร่งครัดในเรื่องระเบียบวินัย

ผู้สอน : ให้ความสำคัญกับครูผู้สอน

กระบวนการเรียนการสอน : เน้นหลักสำคัญที่จะให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้

ปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยม (PERENNIALISM)

หลักสูตร : เป็นหลักสูตรที่เน้นวิชาทางศิลปศาสตร์ (LIBERAL ARTS CURRICULUM) เป็นหลักสูตรที่เน้นวิชาการศึกษาทั่วไป (GENERAL EDUCATION) ที่ฝึกฝนให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่รู้จักใช้สติปัญญา เหตุผล

ผู้สอน : ปรัชญานี้ให้ความสำคัญกับครูผู้สอนเป็นอย่างมากโดยเชื่อว่า ผู้สอนเป็นศูนย์กลางของกระบวนการเรียนการสอน                                               

กระบวนการเรียนการสอน : เน้นที่จะสร้างคนให้เป็น คนที่สมบูรณ์ โดยวิธีการฝึกฝนศักยภาพที่มีอยู่ในตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ

ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยม (Progressivism)

หลักสูตร : มีความเชื่อว่าเด็ก จะเรียนรู้โดยอาศัยประสบการณ์ในชีวิตเป็นสำคัญ

โรงเรียน : มีความเชื่อว่าโรงเรียน คือ แบบจำลองที่ดีงาม ของชีวิตและสังคม ดังนั้นบทบาทของโรงเรียนจึงต้องทำหน้าที่เป็นแหล่งสร้างเสริม ประสบการณ์ชีวิตจริงให้แก่ผู้เรียนโดยจัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับสภาพสังคม และ การดำเนินชีวิตจริง

ผู้สอน : เชื่อว่าครูผู้สอนจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้และมีประสบการณ์กว้างขวางเพื่อช่วยให้เด็กก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางของการเรียนรู้อย่างเต็มที่

กระบวนการเรียนการสอน : เน้นการฝึกการกระทำ (LEARNING BY DOING) เพื่อให้เกิดประสบการณ์โดยตรง การเรียนรู้จากการฝึกปฏิบัติจริงต้องใช้กระบวนการแก้ปัญหา

ปรัชญาการศึกษาปฏิรูปนิยม (RECONSTRUCTIONISM)

กระบวนการเรียนการสอน 
เน้นให้ผู้เรียนสำรวจความสนใจความต้องการของตนเอง สนองความสนใจด้วยการค้นคว้า การอภิปรายและแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสังคมวิธีการเรียนการสอนเป็นวิธีการแก้ปัญหาของสังคมโดยตรงอาศัยวิธีแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ วิธีการแบบโครงการ วิธีการของปรัชญา และวิธีการทางประวัติศาสตร์ 

สถาบันการศึกษา 
สถาบันการศึกษาต้องสนใจในเรื่องอนาคต นำทางให้ผู้เรียนพบสังคมใหม่ให้ผู้เรียนพร้อมที่จะวางแผนให้กับสังคมใหม่ และทำงาน ร่วมกับสมาชิกอื่น ๆ ในสังคมเพื่อจุดหมายร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งประชาธิปไตย รับฟังความคิดเห็น คนส่วนใหญ่ และนำไปปฏิบัติสถาบันมีหน้าที่ผลิตเด็กให้สามารถช่วยแก้ปัญหาและสร้างสังคมใหม่ที่มีความเท่าเทียม ความยุติธรรมในสังคม 

ผู้บริหาร 
ต้องมีความคิดกว้างไกล เป็นนักปฏิรูป ชอบการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และลงมือปฏิบัติเนินงานในฐานะผู้นำสร้างระเบียบสังคมใหม่ที่ดีให้เกิดขึ้น เพื่อความเหมาะสมกับค่านิยมและวัฒนธรรม ตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป

ผู้สอน 
ครูต้องเชื่อมั่นในหลักการประชาธิปไตยและนำไปสอนแก่ผู้เรียนต้องเป็นผู้บุกเบิก นักแก้ปัญหา สนใจเรื่องสังคมและปัญหาสังคมอย่างกว้างขวางเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความคิดเห็น และคอยกระตุ้นให้ผู้เรียนเห็นประโยชน์ในการพัฒนาสังคม ช่วยแก้ไขปัญหาสังคม 

ผู้เรียน 
เป็นผู้ได้รับการปลูกฝังให้มีความสำนึกในหน้าที่ พร้อมปฏิบัติทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวมได้รับการฝึกฝนให้รู้จักเทคนิค และวิธีการต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาสังคมตามแนวทางประชาธิปไตย โดยครูและนักเรียนร่วมมือกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผู้เรียนต้องเรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกัน เพื่อการวางแผนปฏิรูปสังคมในอนาคต 

วิธีสอน 
ควรสร้างบรรยากาศของการมีอิสระ มิใช่ด้วยการบังคับ เสนอแนะวิธีแก้ปัญหา การจัดตารางสอนควรมีการยืดหยุ่น ศึกษาโดยการค้นคว้าและอภิปรายเป็นหลัก ให้ผู้เรียนรู้จักวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อแสวงหาแนวทางแก้ปัญหาให้เหมาะสมกับอนาคต การสอนของครูกับผู้เรียนจึงควรทำงานร่วมกัน วางแผน แก้ปัญหา เช่น วิธีการทางวิทยาศาสตร์ วิธีการวางโครงการ หรือวิธีแก้ปัญหา 

หลักสูตร 
เน้นสังคมเป็นหลัก ผู้เรียนต้องเข้าใจสภาพของสังคมดีพอ และมองเห็นแนวทางในการแก้ปัญหาสังคม เช่น ความยากจน การจราจร ยาเสพติด

ปฏิรูป หรือ Reconstruct หมายถึง การบูรณะหรือการสร้างขึ้นใหม่ ปฏิรูปนิยมจึงมุ่งการปฏิรูปสังคม ขึ้นมาใหม่ เพราะถือว่าสังคมในปัจจุบันมีปัญหา ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และศิลปวัฒนธรรมเป็นเหตุต้องแก้ปัญหาอยู่เรื่อย ๆ จึงต้องหาทางสร้างค่านิยมและแบบแผนของสังคมขึ้นใหม่ 

ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยม (EXISTENTIALISM)

อัตถิภาวนิยม มาจากภาษามคธ อัต = ความเป็นอยู่ + ภาวะ = สภาพความมีอยู่ (Existense) ซึ่งนักปรัชญาไทยแปลว่า ภาววาท หรืออัตตนิยม ซึ่งหมายถึง เรื่องที่กล่าว ความมีอยู่ของตนเอง ของมนุษย์ทั้งสิ้นอัตถิภาวนิยม มาจากภาษามคธ อัต = ความเป็นอยู่ + ภาวะ = สภาพความมีอยู่ (Existense) ซึ่งนักปรัชญาไทยแปลว่า ภาววาท หรืออัตตนิยม ซึ่งหมายถึง เรื่องที่กล่าว ความมีอยู่ของตนเอง ของมนุษย์ทั้งสิ้น และเมื่อเลือกกระทำหรือตัดสินใจแล้วก็ต้องรับผิดชอบในการเลือกกระทำหรือตัดสินใจนั้น ๆ ด้วย ดังนั้นจึงอาจจะกล่าวได้ว่า ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยมนี้ “เป็นแนวทางที่นำไปสู่การหลุดพ้นจากกรอบแห่งวัฒนธรรมของสังคม”

พุทธปรัชญาการศึกษา (BUDDHISM)

พุทธปรัชญาการศึกษา มาจากคำว่า Buddhishic Philosophy of Education ซึ่งได้แนวคิดมาจากพระพุทธศาสนา (Buddhism) จากพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธจ้า และปรัชญาการศึกษาอื่นๆ การศึกษาในพุทธปรัชญา คือ การศึกษาเพื่อให้เข้าใจความจริง เข้าใจความหมายของชีวิต ทั้งดำรงชีวิตให้สอดคล้องสัมพันธ์กับความจริง 

พุทธปรัชญา ได้นำหลักเหตุและผลไปวิเคราะห์และอธิบายความจริงและความเป็นไปของสิ่งทั้งหลายในโลก ได้ชี้แนะให้ทราบว่าอะไรคือความเป็นเลิศ หรือความดีที่พึ่งปรารถนาในชีวิต และจะศึกษาปฏิบัติให้เป็นผลได้อย่างไร 

ความสำคัญของปรัชญาการศึกษาไทย

การศึกษาเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เครื่องมือในการเตรียมประชากรให้มีคุณภาพ คือ การศึกษา การจัดการศึกษาของประเทศใดถ้าไม่ยึดการศึกษาที่ถูกต้องก็ไม่มีทางที่จะทำให้ประเทศเจริญไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ ปรัชญาการศึกษา จึงเป็นสิ่งสำคัญในการกำหนดแนวทางในการพัฒนาประเทศ

แนวคิด ทฤษฎีทางการศึกษา เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม

ทฤษฎีทางการศึกษา

เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ จึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนการเรียนรู้ หรือการเอื้อให้เกิดการเรียนรู้

ทฤษฎีการเรียนรู้ (THEORIES OF LEARNING)

การเรียนรู้ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ค่อนข้างถาวร เป็นผลมาจากประสบการณ์ต่าง ๆ ทฤษฎีการเรียนรู้เป็นการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเทคนิคต่าง ๆ ที่เกิดจากการเรียนรู้

ทฤษฎีการเรียนรู้แนวคิดพฤติกรรมนิยม

– มีแนวคิดความเชื่อว่าสิ่งเร้า (Stimula)

– ทำให้เกิดการเรียนรู้ และเกิดปฏิกิริยาตอบสนอง (Response)

– เรียกว่าเกิดพฤติกรรม (Behavior)

– ทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มพฤติกรรมนิยม

ทฤษฎีการเรียนรู้ของพาฟลอฟ (Ivan Petrovich Pavlov)

การตอบสนองหรือการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นต่อสิ่งเร้าหนึ่งมักมีเงื่อนไขหรือ สถานการณ์เกิดขึ้น ซึ่งในสภาพปกติหรือในชีวิตประจำวันการตอบสนองเช่นนั้นอาจไม่มี เช่น กรณีสุนัขได้ยินเสียงกระดิ่งและน้ำลายไหล เสียงกระดิ่งเป็นสิ่งเร้าที่ต้องการให้เกิดการเรียนรู้จากการวางเงื่อนไข พาพลอฟ เรียกว่า สิ่งเร้าที่มีเงื่อนไข และปฏิกิริยาน้ำลายไหล เป็นการตอบสนองที่เรียกว่าการตอบสนองที่มีเงื่อนไข 

การเรียนรู้แบบเชื่อมโยงของธอร์นไดค์ (Thorndike)

การเรียนรู้ คือ การที่ผู้เรียนสามารถสร้างความสัมพันธ์ เชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้า และตอบสนองและได้รับความพึงพอใจจะทำให้เกิดการเรียนรู้ขึ้น

ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบการกระทำ (operant Conditioning Thepry)

สกินเนอร์ ได้อธิบายคำว่า “พฤติกรรม” ว่าประกอบด้วย องค์ประกอบ 3 ตัว


1.  Antecedents คือ  เงื่อนไขนำหรือสิ่งเร้าที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรม (สิ่งที่ก่อให้เกิดขึ้นก่อน) ทุกพฤติกรรมต้องมีเงื่อนไขนำ เช่น วันนี้ต้องเข้าเรียนบ่ายโมง พฤติกรรมเราถูกกำหนดด้วยเวลา               

 2.   Behavior คือ พฤติกรรมที่แสดงออก               

 3.  Consequences หรือผลกรรม เกิดขึ้นหลังการทำพฤติกรรม เป็นตัวบอกว่าเราจะทำพฤติกรรมนั้นอีกหรือไม่ ดังนั้น ไม่มีใครที่ทำอะไรแล้วไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งเรียกย่อๆ ว่า A-B-C ซึ่งทั้ง 3 จะดำเนินต่อเนื่องไป ผลที่ได้รับจะกลับกลายเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดขึ้นก่อนอันนำไปสู่การเกิดพฤติกรรมและนำไปสู่ผลที่ได้รับตามลำดับ


ทฤษฎีความรู้ความเข้าใจหรือทฤษฎีปรัชญาปัญญานิยม

จากหลักการ Field theory ซึ่งเลวิน (lewin) เป็นผู้เสนอไว้แนวคิดของนักจิตวิทยากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับกระบวนการคิดการศึกษาพฤติกรรมควรเน้นความสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการคิดและการรับรู้ของตน

ทฤษฎีการเรียนรู้ของกลุ่มแนวคิดมนุษย์นิยม

ผู้นำแนวคิดมนุษยนิยม คือ มาสโลว์ มีความเชื่อว่าธรรมชาติของมนุษย์เกิดมาพร้อมกับความดี ติดตัวมาแต่เกิด มนุษย์เป็นผู้ที่มีอิสระสามารถที่จะพึ่งตนเองได้

ทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple intelligence) ของการ์ดเนอร์ (Gardner)

ได้เสนอแนวคิดว่าสติปัญญาของมนุษย์ไม่ได้มีเฉพาะเหตุผลเชิงตระกะ และความสามารถทางภาษาแต่ยังมีสติปัญญาอีกหลาย ๆ ด้าน

– สติปัญญาด้านดนตรี

– สติปัญญาการเคลื่อนไหวร่างกายและกล้ามเนื้อ

– สติปัญญาด้านการใช้เหตุผลเชิงตระกะและคณิตศาสตร์

– สติปัญญาด้านภาษา

– สติปัญญาด้านเนื้อหามิติสัมพันธ์

– สติปัญญาด้านการเข้ากับผู้อื่น

– สติปัญญาด้านการเข้าใจผู้อื่น

– สติปัญญาด้านเข้าใจในธรรมชาติ

ความหมายแนวคิดของการศึกษา

คำว่า “การศึกษา” ซึ่งมาจากภาษาอังกฤษว่า “education”

ความหมายของการศึกษาตามทัศนะของนักปรัชญา และนักการศึกษาตะวันตกนักปรัชญาและนักการศึกษาชาวตะวันตก

นักปรัชญาที่มีชื่อเสียงโด่งดังของโลกได้ให้ ความหมายของการศึกษาไว้ในลักษณะที่แตกต่างกัน เช่น

พลาโต “การศึกษา คือ ความสามารถที่จำให้ผู้เรียนรู้สึกเป็นสุขและเป็นทุกข์ได้ในโอกาสที่เหมาะสม และพัฒนาสิ่งที่เป็นความงามและ สิ่งที่สมบูรณ์ทุกอย่าง ซึ่งผู้เรียนอาจทำให้เกิดขึ้นได้”

อริสโตเติล เป็นนักปราชญ์ชาวกรีก  การศึกษาตามแนวความคิดของอริสโตเติลคือ “การศึกษา คือ การสร้างสรรค์ให้ผู้เรียนมีจิตใจสมบูรณ์ และมีร่างกายที่แข็งแรง มีพลานามัย การศึกษาจะช่วยทำให้ความสามารถทางจิตใจของมนุษย์พัฒนาสูงขึ้น จนสามารถบรรลุถึงความจริง ความดีและความงามอย่างสูงสุด ซึ่งจะเป็นผลส่งให้บรรลุถึงความสุขสมบูรณ์ในที่สุด”

เปสตาลอซซี แนวความคิดของเปสตาลอซซี เชื่อว่า “การศึกษา คือการพัฒนาพลังภายในของมนุษย์ โดยให้พัฒนาไปตามธรรมชาติ และให้ พัฒนาก้าวหน้าพร้อมกันไปอย่างได้สัดส่วน”

แนวคิดและทฤษฎีทางศาสนา


          1. ความไม่รู้และความกลัว
          2. ความจงรักภักดี
          3. ปัญญาหรือความรู้

แนวคิดทฤษฎีทางเศรษฐกิจ พื้นฐานแนวคิดและทฤษฎีที่สำคัญของเศรษฐกิจกับการศึกษา 
1. แนวคิดการศึกษาเป็นอุตสาหกรรม
2. แนวคิดการศึกษาเป็นการลงทุน
3. ทฤษฎีทุนมนุษย์

Leave a comment